บทความ : โครงการ เยาวชนรุ่นใหม่อนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อสืบสานแหล่งอาชีพชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้เขียน : ZaaZaa ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลในปัจจุบันมีแนวโน้มน้อยลงในทุกๆวัน จะเป็นอย่างไรหากคนในชุมชนมาร่วมดูแลและรักษาทรัพยากรเหล่านั้นให้คงอยู่ต่อไป นั่นคือแนวความคิดที่ทางผู้จัดโครงการอยากให้เกิดขึ้น หากไม่เริ่มต้นที่ตนเองแล้วจะไปเริ่มที่ใคร เพื่อให้มีแหล่งสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในพื้นที่ให้ช่วยกันรักษาและอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป อีกทั้งเป็นการให้เด็กๆได้เรียนรู้วิถีเศรษฐกิจพอเพียงที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยการพึ่งพาตนเอง คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผลและเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคนในชุมชนในการประกอบอาชีพรวมไปถึงรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งในพื้นที่อีกด้วย โดยทางโครงการได้พาน้องไปไปเรียนรู้ชุมชนต้นแบบที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่าง ณ บ้านหัวเขา จังหวัดสงขลา สำหรับกิจกรรมที่ผู้จัดได้จัดขึ้นในวันนี้คือกิจกรรมทัศนศึกษาชุมชนต้นเเบบ การพาเด็กๆไปศึกษาดูงานการทำบ้านปูว่าชุมชนนี้ความเป็นมาอย่างไร ทำไมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์แบบนี้ และมีกิจกรรมให้น้องๆได้ปล่อยปูอีกด้วย หลังจากทำกิจกรรมผ่านไปแล้ว น้องๆได้กลับมาถอดบทเรียนจากการไปศึกษาดูงานว่าได้อะไรบ้างเเละการนำกลับมาประยุกต์ใช้ในชุมชนของเรา ซ่าเชื่อว่าหลังจากจบกิจกรรมนี้ไปน้องๆที่มาเข้าร่วมกิจกรรมจะมีความกระตือรือร้นและมีใจอยากจะรักษาทรัพยากรในชุมชนให้อยู่กับน้องๆต่อไปเรื่อยๆอย่างแน่นอน

โครงการ Creative Culture ปี 62

ผู้เขียน : ZaaZaa วันนี้ซ่าจะพาทุกคนไปชมภาพบรรยากาศการทำกิจกรรมของโครงการ Creative Culture ปี 62 คือกิจกรรม Dj. Academy ครั้งที่ 1 ครั้งนี้เป็นการฝึกทักษะการเป็นนักสื่อสารที่ดีเป็นอย่างไร หลังจากการฝึกอบรมในครั้งนี้ผ่านไปแล้ว น้องๆที่ได้รับจากอบรมในครั้งนี้ จะไปหาทีมเพื่อมาลงสมัครและคัดเลือกเพื่อเป็นดีเจที่จะมาจัดรายการวิทยุ กิจกรรมในการอบรมน้องๆมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ได้มีการระดมความคิดเห็นในหัวข้อและประเด็นต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการสื่อสารและได้มีการนำเสนอในหัวข้อและประเด็นของกลุ่มตนเอง พี่ซ่าเห็นถึงความตั้งใจของน้องๆผู้เข้าร่วมทุกคนเลยค่ะ อีกอย่างพี่คิดว่าน้องๆที่มาเข้าร่วมกิจกรรมตั้งใจที่อยากจะเป็นนักจัดรายการวิทยุที่ดีและสามารถสื่อสารออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากเห็นความตั้งใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้แล้ว พี่ซ่าว่าพื้นที่ในสามจังหวัดของเราน่าจะมีนักจัดรายการวิทยุที่สร้างสรรค์และพร้อมที่จะนำเสนอเรื่องราวดีๆให้กับคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ไม่มากก็น้อยแน่ๆ

งานโครงการคือเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จ แต่งานที่ยิ่งใหญ่คือการเชื่อมหัวใจคนในชุมชน

เมื่อ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 องค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม “ป๋าเวณีญี่เป็ง” ขึ้น โดยในงานนี้ น้องๆ เยาวชนจากตำบลเขื่อนผากในโครงการสร้างสัมพันธ์สามวัยร่วมใจสานวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับทาง อบต. ในการจัดกิจกรรมประกวดฟ้อนเล็บและลาบลีลา ที่ระดมชาวบ้าน 10 หมู่บ้านของตำบลมาฝึกซ้อม และร่วมแข็งขัน เพื่อความสนุกสนานและความสามัคคีของชุมชน การประกวดรายการแรกเริ่มตอนบ่ายสองแดดเปรี้ยง ชาวบ้านเตรียมพร้อมมาทุกชุมชน ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม ตกแต่งกันมาอย่างดี สำรับอาหารเมืองที่เตรียมมาล้วนแล้วแต่เอร็ดอร่อย และมีการทำตามกติกาคือไม่เติมชูรส และไม่มีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาในส่วนกิจกรรมนี้ของงาน ผู้เขียนได้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินในวันนั้น นอกจากจะตัดสินใจให้คะแนนยากเย็น เพราะความอร่อยที่พอๆ กันแล้ว ก็ต้องขอให้ใจผู้แข่งขันทุกชุมชนกับความเต็มที่ และน้องๆ ทีมงานโครงการที่คอยเดินอำนวยความสะดวก และตรวจให้เป็นตามกติกาอยู่ตลอดการแข่งขัน พอเย็นย่ำ อากาศดี คนเริ่มมางานเยอะขึ้น การประกวดฟ้อนก็เริ่มขึ้น เป็นการฟ้อนเล็บจากตัวแทนทุกหมู่บ้าน ทำให้ได้กลุ่มช่างฟ้อนขนาดใหญ่ เต็มพื้นที่ เป็นภาพที่สวยงามและเป็นการเปิดงานที่น่าประทับใจมากๆ ที่สุดแล้ว ผลการแข่งขันก็ไม่ได้สำคัญเท่าความสนุกสนานและความร่วมมือของชาวตำบลเขื่อนผาก กว่าจะมาถึงแข่งขัน ทั้งกลุ่มน้องๆ โครงการสานสัมพันธ์สามวัยฯ และพี่เลี้ยงโดย อบต. เขื่อนผาก ต่างก็ต้องร่วมมือกันเตรียมงานกันเป็นเดือน ทั้งประสานกลุ่มแม่บ้านในแต่ละหมู่บ้านให้มาร่วมกิจกรรม […]

บทความ : โครงการ Big Dream for Big Smile สานฝันที่ยิ่งใหญ่ คืนความสดใสสู่ท้องถิ่น

ผู้เขียน ZaaZaa สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ซ่าจะพาเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ลงมาติดตามกิจกรรมของโครงการ Big Dream for Big Smile สานฝันที่ยิ่งใหญ่ คืนความสดใสสู่ท้องถิ่น ที่จัดขึ้นค่ะ ซึ่งก่อนที่จะเกิดกิจกรรมนี้ขึ้นมานั้น ทางโครงการได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งซ่าจะบอกว่าได้รับความสนใจจากเยาวขนในพื้นที่เป็นอย่างมากเลยค่ะ หลังจากจัดอบรมให้กับเยาวชนที่สนใจแล้ว กิจกรรมที่ตามมาก็เป็นกิจกรรมที่ซ่าพาทุกคนมาเยี่ยมชมวันนี้ คือ การจัดการแข่งขันวิ่งมินิฟันรัน (Mini-Fun Run) ภายใต้ชื่อกิจกรรม “คนละก้าว…อ้าว!ถึงแล้ว” เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของคนในตำบลมะนังดาลำ และการสร้างกลุ่มเยาวชนผ่านกิจกรรม “ฝันให้ไกลใส่ใจท้องถิ่น” ให้กลุ่มเยาวชนในพื้นที่มีจิตสำนึกที่ดีต่อชุมชนและเป็นการปูทางให้กลุ่มเยาวชนดังกล่าวสามารถสานต่อแนวคิดและอุดมการณ์ของกิจกรรมที่ได้ทำไปยังชุมชน เพื่อมิให้เยาวชนหันเหความสนใจไปทางยาเสพติด นอกจากนี้ยังช่วยให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย นอกจากนี้ซ่าคิดว่ากิจกรรมที่เยาวชนที่มาร่วมโครงการช่วยให้กลุ่มเยาวชนดังกล่าวหันมาให้ความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนมากยิ่งขึ้นและได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สามารถสร้างกิจกรรมอื่นๆที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชนให้ห่างไกลยาเสพติดได้ ซึ่งจะช่วยให้คนในพื้นที่ดำเนินงานมีชีวิตความเป็นอยู่และมีสุขภาวะที่ดีกว่าเดิม

จากคำถาม สู่เรื่องเล่าของเด็กอะไรไม่ไปโรงเรียน

เพราะพวกเขาเลือกที่จะจัดการการเรียนรู้ของตนเองในวิถีทางเลือก คำถามมากมายจึงประดังเข้ามาจนบางครั้งก็รู้สึกไม่อยากตอบ หรือแม้จะตอบ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับปฏิกิริยาหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นบวกและเป็นลบ ในขณะเดียวกัน เยาวชนกลุ่ม “วัยรุ่นบ้านเรียนล้านนา” ก็พบว่ามีเพื่อนๆ วัยเดียวกัน และครอบครัวอีกหลายครอบครัวที่ต้องการทางออกในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อความชีวิตตนเองได้มากกว่าการเข้าระบบ แต่พวกเขายังขาดข้อมูลที่จะช่วยในการตัดสินใจเลือกปรับเปลี่ยนวิถีการเรียนรู้ของตนเอง หนังสือ “เด็กอะไรไม่ไปโรงเรียน” จึงเกิดขึ้น ด้วยความพยายามของกลุ่มวัยรุ่นบ้านเรียนล้านนา แม้จะเริ่มต้นด้วยความรู้และประสบการณ์ในการทำหนังสือแทบจะเป็นศูนย์ แต่พวกเขาก็มีฐานความสามารถด้านศิลปะ และเครือข่ายผู้ใหญ่ใจดีที่เชี่ยวชาญด้านการทำหนังสือคอยให้คำแนะนำอยู่ตลอด แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเขาทำหนังสือเล่มนี้ได้สำเร็จ คือ ความตั้งใจและสู้ไม่ถอยของพวกเขาเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการทำหนังสือ ไปจนถึงขั้นตอนการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายหนังสือ น้องมายด์ น.ส.กีรติกา มหัทธนผล เคยเล่าว่า “ต้องการจำหน่ายหนังสือ เพื่อนำส่วนที่เป็นกำไรไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ของกลุ่มต่อเนื่อง ยังมีกิจกรรมหลายอย่างที่หนูและเพื่อนๆ อยากทำและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน” หลังจากแนะนำหนังสือไปได้ไม่นาน ก็มีคนสนใจสั่งหนังสือเข้ามามากมาย จนในที่สุดก็ต้องตีพิมพ์เป็นครั้งที่สอง…กำไรจากหนังสือเล่มนี้อาจจะยังไม่มากพอให้กลุ่มวัยรุ่นบ้านเรียนล้านนาได้ไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ แต่หนังสือเล่มนี้น่าจะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือ การทำบ้านเรียน อันเป็นวิถีการเรียนรู้ของน้องๆ กลุ่มนี้ได้ดี ที่สำคัญ หนังสือเล่มนี้คือกระบวนการเรียนรู้การสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นในแบบที่น้องๆ คนรุ่นใหม่เลือกที่จะลงมือทำเองทั้งกระบวนกการ เด็กนำผู้ใหญ่หนุน…อย่างแท้จริง หวังว่าน้องๆ จะไม่หยุดแค่นี้ จะมีผลงานสร้างสรรค์ดีๆ ออกมาอีกในไม่ช้า

1 2 3 5