โครงการสร้างสัมพันธ์สามวัยร่วมใจสานวัฒนธรรม

พื้นที่ดำเนินงาน : อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ สนับสนุนโดย : โครงการเยาวชนประกอบฝันสร้างสรรค์กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อท้องถิ่น กลุ่มเยาวชนใน ต.เขื่อนผากกลุ่มนี้ได้มองเห็นช่องว่างระหว่างวัย และการเลือนหายของวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงได้ปรึกษากันว่าน่าจะทำโครงการที่ช่วยให้เกิดการรวมตัวของคนสามวัย คือ ผู้สูงอายุ คนวัยทำงาน และเยาวชน เพื่อช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงเป็นเกิดโครงการสร้างสัมพันธ์สามวัยร่วมใจสานวัฒนธรรมขึ้น โดยความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อนผาก ที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โครงการสร้างสัมพันธ์สามวัยร่วมใจสานวัฒนธรรมมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสืบสานวัฒนธรรมล้านนาหรือประเพณีพื้นเมือง 2) เพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆและสามารถมีความคิดเห็นในด้านต่างๆได้ และ 3) เพื่อสร้างความร่วมมือกับกลุ่มชาวบ้านในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นให้แก่เด็กและเยาวชนในตำบลเขื่อนผาก เยาวชนผู้ดำเนินโครงการได้ประสานงานกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อนผากและร่วมมือกับกลุ่มสภาเยาวชนตำบลเขื่อนผากในการร่วมกันจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมในงานยี่เป็งของตำบล โดยส่วนที่โครงการเข้าไปจัดคือการประกวดสำรับอาหารเมือง และ การประกวดฟ้อนเล็บ ซึ่งจะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านการฝึกฝนเพื่อประกวดของแต่ละพื้นที่ น้องๆ ได้ประสานกับครูภูมิปัญญาด้านการฟ้อนในพื้นที่ มาช่วยนำการซ้อมฟ้อนแก่กลุ่มแม่บ้าน ในกิจกรรมดังกล่าว เยาวชนได้มีบทบาทช่วยจัดกิจกรรมการประกวดร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล ในวันจริง การประกวดดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ชาวบ้านเต็มที่กับกิจกรรม น้องๆ เยาวชนต่างก็ช่วยกันจัดงานให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ชมวิดีโอกิจกรรมของโครงการนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=hiTDIMJA11Q&feature=youtu.be&fbclid=IwAR3gEyEI8NuNHvIzedhZ3FmClVHtG3ulBoVxX-TFR4ZFeS1iuGkTDJgkwdE

งานโครงการคือเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จ แต่งานที่ยิ่งใหญ่คือการเชื่อมหัวใจคนในชุมชน

เมื่อ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 องค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม “ป๋าเวณีญี่เป็ง” ขึ้น โดยในงานนี้ น้องๆ เยาวชนจากตำบลเขื่อนผากในโครงการสร้างสัมพันธ์สามวัยร่วมใจสานวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับทาง อบต. ในการจัดกิจกรรมประกวดฟ้อนเล็บและลาบลีลา ที่ระดมชาวบ้าน 10 หมู่บ้านของตำบลมาฝึกซ้อม และร่วมแข็งขัน เพื่อความสนุกสนานและความสามัคคีของชุมชน การประกวดรายการแรกเริ่มตอนบ่ายสองแดดเปรี้ยง ชาวบ้านเตรียมพร้อมมาทุกชุมชน ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม ตกแต่งกันมาอย่างดี สำรับอาหารเมืองที่เตรียมมาล้วนแล้วแต่เอร็ดอร่อย และมีการทำตามกติกาคือไม่เติมชูรส และไม่มีการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาในส่วนกิจกรรมนี้ของงาน ผู้เขียนได้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินในวันนั้น นอกจากจะตัดสินใจให้คะแนนยากเย็น เพราะความอร่อยที่พอๆ กันแล้ว ก็ต้องขอให้ใจผู้แข่งขันทุกชุมชนกับความเต็มที่ และน้องๆ ทีมงานโครงการที่คอยเดินอำนวยความสะดวก และตรวจให้เป็นตามกติกาอยู่ตลอดการแข่งขัน พอเย็นย่ำ อากาศดี คนเริ่มมางานเยอะขึ้น การประกวดฟ้อนก็เริ่มขึ้น เป็นการฟ้อนเล็บจากตัวแทนทุกหมู่บ้าน ทำให้ได้กลุ่มช่างฟ้อนขนาดใหญ่ เต็มพื้นที่ เป็นภาพที่สวยงามและเป็นการเปิดงานที่น่าประทับใจมากๆ ที่สุดแล้ว ผลการแข่งขันก็ไม่ได้สำคัญเท่าความสนุกสนานและความร่วมมือของชาวตำบลเขื่อนผาก กว่าจะมาถึงแข่งขัน ทั้งกลุ่มน้องๆ โครงการสานสัมพันธ์สามวัยฯ และพี่เลี้ยงโดย อบต. เขื่อนผาก ต่างก็ต้องร่วมมือกันเตรียมงานกันเป็นเดือน ทั้งประสานกลุ่มแม่บ้านในแต่ละหมู่บ้านให้มาร่วมกิจกรรม […]

โครงการเด็กไม่ไปโรงเรียนมาเขียนหนังสือ

พื้นที่ดำเนินงาน : จ.เชียงใหม่ สนับสนุนโดย : โครงการเยาวชนประกอบฝันสร้างสรรค์กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะเพื่อท้องถิ่น (YIM61) เด็กบ้านเรียน หรือ เด็กโฮมสคูล มักพบเจอคำถามมากมายเกี่ยวกับรูปแบบการศึกษาที่พวกเขาเลือก ทั้งที่ถามด้วยความต้องการที่จะเข้าใจ และเป็นทางเลือกในการจัดการศึกษาให้ตนเองและลูกหลาน ไปจนถึงการตั้งคำถามอย่างไม่เข้าใจ ทำให้กลุ่มเด็กอะไรไม่ไปโรงเรียน อันประกอบไปด้วยเหล่าสมาชิกเด็กบ้านเรียนในเชียงใหม่เป็นส่วนใหญ่และเพื่อนๆ เกิดแรงบันดาลใจที่จะสื่อสารเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษาทางเลือกของพวกเขาออกสู่สาธารณะมากขึ้น จึงได้ริเริ่มโครงการเด็กไม่ไปโรงเรียนมาเขียนหนังสือขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้คนรู้จักการศึกษาทางเลือกแบบบ้านเรียนมากขึ้น โครงการเด็กไม่ไปโรงเรียนมาเขียนหนังสือ เลือกการสื่อสารสู่สาธารณะด้วยการทำหนังสือ โดยออกสัมภาษณ์กรณีศึกษาที่เป็นเด็กบ้านเรียนในประเด็นคำถามที่มักถูกถามบ่อยครั้ง ตลอดจนคำถามที่ต้องการอธิบายให้สังคมเข้าใจมากขึ้น รวบรวมข้อมูลและถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือเรื่องแต่งที่มีฐานข้อมูลจริงและภาพประกอบสไตล์วัยรุ่นเพื่อให้น่าอ่าน ซึ่งกว่าจะได้หนังสือออกมา พวกเขายังต้องปรึกษาวิธีการทำงานหนังสือกับนักเขียนมืออาชีพ เพื่อให้ได้แนวทางการทำงานและคำแนะนำเพื่อปรับปรุงงานให้ดียิ่งขึ้น ในที่สุด หนังสือเรื่อง “เด็กอะไรไม่ไปโรงเรียน” ก็เสร็จออกมาเป็นรูปร่างได้ดังความตั้งใจของพวกเขา เมื่อประชาสัมพันธ์ออกไปก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนตอนนี้พิมพ์ครั้งที่สองแล้ว ผู้สนใจสามารถติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมกับเยาวชนกลุ่มนี้ได้ที่เพจเฟสบุ๊ค เด็กอะไร?ไม่ไปโรงเรียน

จากคำถาม สู่เรื่องเล่าของเด็กอะไรไม่ไปโรงเรียน

เพราะพวกเขาเลือกที่จะจัดการการเรียนรู้ของตนเองในวิถีทางเลือก คำถามมากมายจึงประดังเข้ามาจนบางครั้งก็รู้สึกไม่อยากตอบ หรือแม้จะตอบ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับปฏิกิริยาหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นบวกและเป็นลบ ในขณะเดียวกัน เยาวชนกลุ่ม “วัยรุ่นบ้านเรียนล้านนา” ก็พบว่ามีเพื่อนๆ วัยเดียวกัน และครอบครัวอีกหลายครอบครัวที่ต้องการทางออกในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อความชีวิตตนเองได้มากกว่าการเข้าระบบ แต่พวกเขายังขาดข้อมูลที่จะช่วยในการตัดสินใจเลือกปรับเปลี่ยนวิถีการเรียนรู้ของตนเอง หนังสือ “เด็กอะไรไม่ไปโรงเรียน” จึงเกิดขึ้น ด้วยความพยายามของกลุ่มวัยรุ่นบ้านเรียนล้านนา แม้จะเริ่มต้นด้วยความรู้และประสบการณ์ในการทำหนังสือแทบจะเป็นศูนย์ แต่พวกเขาก็มีฐานความสามารถด้านศิลปะ และเครือข่ายผู้ใหญ่ใจดีที่เชี่ยวชาญด้านการทำหนังสือคอยให้คำแนะนำอยู่ตลอด แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเขาทำหนังสือเล่มนี้ได้สำเร็จ คือ ความตั้งใจและสู้ไม่ถอยของพวกเขาเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการทำหนังสือ ไปจนถึงขั้นตอนการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายหนังสือ น้องมายด์ น.ส.กีรติกา มหัทธนผล เคยเล่าว่า “ต้องการจำหน่ายหนังสือ เพื่อนำส่วนที่เป็นกำไรไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ของกลุ่มต่อเนื่อง ยังมีกิจกรรมหลายอย่างที่หนูและเพื่อนๆ อยากทำและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน” หลังจากแนะนำหนังสือไปได้ไม่นาน ก็มีคนสนใจสั่งหนังสือเข้ามามากมาย จนในที่สุดก็ต้องตีพิมพ์เป็นครั้งที่สอง…กำไรจากหนังสือเล่มนี้อาจจะยังไม่มากพอให้กลุ่มวัยรุ่นบ้านเรียนล้านนาได้ไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ แต่หนังสือเล่มนี้น่าจะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการจัดการศึกษาโดยครอบครัว หรือ การทำบ้านเรียน อันเป็นวิถีการเรียนรู้ของน้องๆ กลุ่มนี้ได้ดี ที่สำคัญ หนังสือเล่มนี้คือกระบวนการเรียนรู้การสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นในแบบที่น้องๆ คนรุ่นใหม่เลือกที่จะลงมือทำเองทั้งกระบวนกการ เด็กนำผู้ใหญ่หนุน…อย่างแท้จริง หวังว่าน้องๆ จะไม่หยุดแค่นี้ จะมีผลงานสร้างสรรค์ดีๆ ออกมาอีกในไม่ช้า

รักษ์ห้วยโจ้ จากมือลูกแม่โจ้

ครั้งแรกไม่คิดว่า น้องๆ นักศึกษาจะทำได้ โอ้..นับถือจริง น้องๆ แม่โจ้ที่ไปในวันนั้นทุกคนลงไปในคลองที่มีน้ำสกปรก ขยะหลายคันรถที่น้องๆ ช่วยเก็บขึ้นมา ส่วนใหญ่เป็นขยะจากครัวเรือนทิ้งลงมาในลำห้วย ในการไปทำความสะอาดรอบสอง น้ำในคลองสะอาดขึ้นมาก สามารถสังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตได้มากขึ้น พบว่าในคลองมีขยะน้อยลง มีชาวบ้านและผู้นำชุมชนมาร่วมไม้ร่วมมือกัน

1 2 3