ประเด็น : สุขภาพจิต
สถานการณ์ปัญหา
วัยรุ่นสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเบื่อและเครียด ต้องการผ่อนคลายและรับความรู้สึกจากการสูบ งานวิจัยพบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่เริ่มสูบเพื่อคลายเครียด แต่ผลกระทบคือเสี่ยงติดนิโคตินและเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคทางเดินหายใจและปัญหาสุขภาพจิต บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าทำให้ของเหลวนิโคตินระเหยเป็นไอเข้าสู่ร่างกาย
การสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องทำให้วัยรุ่นขาดแรงจูงใจในการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมทางกาย เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและสมรรถภาพทางกาย ทำให้เหนื่อยง่าย หายใจติดขัด และประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง นอกจากนี้ยังส่งผลให้ความสามารถในการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บลดลง ทำให้วัยรุ่นไม่สนใจเล่นกีฬาและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
เป้าหมายการเปลี่ยนแปลง
ลดจำนวนเยาวชนที่สูบ บุหรี่ไฟฟ้า ในโรงเรียน โดยเปลี่ยนเวลาว่างของพวกเขาให้เป็นการออกกำลังกายผ่านกิจกรรมกีฬา
ลดระดับความเครียดและการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนในโรงเรียนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยประเมินผลผ่านแบบฟอร์มแบบไม่ระบุตัวตน
ส่งเสริมให้เยาวชนใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการจัดการความเครียดและพัฒนาสุขภาพจิต แทนการพึ่งพาบุหรี่ไฟฟ้า (ใช้เวลาให้มีประโยชน์)
นักเรียนสามารถจัดกิจกรรมเองได้โดยการเปิดโอกาสให้กลุ่มเยาวชนที่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้มีส่วนร่วมในการอาสาจัดกิจกรรมกีฬาในโรงเรียนด้วยตนเอง เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและเปลี่ยนแปลงตนเองในทางที่ดี โดยโครงการจะเริ่มต้นด้วยเวิร์กช็อปในสัปดาห์แรก เพื่อสอนทักษะการวางแผน การจัดกิจกรรม และการทำงานเป็นทีม ก่อนเข้าสู่กิจกรรมอินทรามูรัลในสัปดาห์ที่ 2–4 และหลังจบกิจกรรม จะเปิดโอกาสให้นักเรียนคนใดก็ได้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในการจัดกิจกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ แทนการหันไปใช้บุหรี่ไฟฟ้า
สรุปการดำเนินงาน

รายชื่อแกนนำโครงการ
- นางสาวนารา วัฒนมะระ หัวหน้าโครงการ
- นางสาววิรัลพัชร ศรียานุวัตรกุล แกนนำโครงการ
- นางสาวณัชชา สวรรค์วัฒนกุล แกนนำโครงการ
- นางสาวอินท์ปาลี วิจิตรเกษมวงศ์ แกนนำโครงการ
- นางสาวมารินดา ชินางกูรภิวัฒน์ แกนนำโครงการ
- นางสาวภัณฑิรา ประเทืองสุขพงษ์ แกนนำโครงการ

